ทองคำ COMEX ปิดร่วง 6.20 ดอลล์ บอนด์ยีลด์พุ่งกดดันตลาด

เศรษฐกิจ (ในประเทศ - ต่างประเทศ)

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดในแดนลบเป็นวันแรกในรอบ 4 วันทำการในวันพฤหัสบดี (3 ก.พ.) โดยถูกตลาดกดดันจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนม.ค.ของสหรัฐในวันนี้

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 6.20 ดอลลาร์ หรือ 0.3% ปิดที่ 1,804.10 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือน มี.ค.ลดลง 33 เซนต์ หรือ 1.5% ปิดที่ 22.375 ดอลลาร์/ออนซ์
สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 13.4 ดอลลาร์ หรือ 1.3% ปิดที่ 1,030.30 ดอลลาร์/ออนซ์
สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค. ร่วงลง 51.80 ดอลลาร์ หรือ 2.2% ปิดที่ 2,317.70 ดอลลาร์/ออนซ์

ภาวะการซื้อขายในตลาดทองคำได้รับแรงกดดันหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับ 1.834% เมื่อคืนนี้

ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนม.ค.ของสหรัฐจะเพิ่มขึ้นเพียง 178,000 ตำแหน่ง และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 3.9%

นาอีม อัสลาม นักวิเคราะห์จากบริษัท AvaTrade คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐจะเป็นปัจจัยบ่งชี้ทิศทางราคาทองคำ นอกจากนี้ คาดว่าเทรดเดอร์ในตลาดทองคำจะจับตาอย่างใกล้ชิดว่า ตลาดหุ้นจะมีปฏิกริยาอย่างไรต่อตัวเลขจ้างงานจ้างงานนอกภาคเกษตร ซึ่งหากตัวเลขดังกล่าวออกมาน่าผิดหวัง ก็อาจบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน และอาจมีผลต่อราคาทองด้วย

อ้างอิง
https://www.thansettakij.com/money_market